All New HAVAL H6 Hybrid เอสยูวีอัจฉริยะ ครบครันเรื่องเทคโนโลยี

หลังจากที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เปิดตัวแบรนด์รถยนต์ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ มีการสื่อสารทำความเข้าใจกับประชาชนคนไทย ที่ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา เกรท วอลล์ มอเตอร์ ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในตลาดประเทศจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดรถเอสยูวีและรถกระบะ มีการขยายธุรกิจไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลกโดยการสร้าง DNA ของผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นจนได้รับการยอมรับจากผู้ใช้เกือบ 10 ล้านคนทั่วโลก โดยตลาดทั่วโลกด้วยรถยนต์ 4 แบรนด์หลัก ได้แก่ HAVAL ORA WEY และ GWM Pick up

ด้านของ All New HAVAL H6 เป็นรถเอสยูวียอดนิยม ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากด้วยยอดขายสูงสุดในตลาดจีนติดต่อกันเป็นระยะเวลายาวนานถึง 8 ปี และตลาดโลก ซึ่ง All New HAVAL H6 นี้ จะเป็นรถยนต์ HAVAL H6 Generation 3 รุ่นใหม่ล่าสุด อีกทั้งยังมียอดขายรวมของรถยนต์ภายใต้แบรนด์นี้ ด้วยยอดขายสะสมมากกว่า 6.5 ล้านคัน ทั้งยังรักษายอดขายรถเอสยูวีอันดับ 1 ในประเทศจีนได้เป็นระยะเวลา 11 ปี ติดต่อกัน

การมาเปิดตัวต่อสาธารณะชนในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 ถือเป็นโอกาสที่ดีและเป็นที่แรกในโลกที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้เผยโฉม “All New HAVAL H6 Hybrid SUV” เป็นครั้งแรกของโลกที่ประเทศไทย เกือบ 1 ปีที่ผ่านมา เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้เร่งดำเนินการหลายๆ อย่างเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคนไทย ให้เร็วที่สุดและมากที่สุด ถึงแม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายภายใต้สถานการณ์ความไม่แน่นอนจากการระบาดของไวรัสโควิด-19

โดยตลอดระยะเวลา 30 ปี ที่ผ่านมา เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้สร้างปรากฏการณ์และความสำเร็จผ่านผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมมากมาย โดยเฉพาะในประเทศจีน รถกระบะของเกรท วอลล์ มอเตอร์ นั้น ครองอันดับหนึ่งด้านยอดขายเป็นเวลาติดต่อกัน 23 ปี และแบรนด์ HAVAL มียอดขายทะลุ 6.5 ล้านคัน ตามที่กล่าวไปข้างต้น และยังได้รับรางวัลมากมายในตลาดต่างประเทศหลายแห่ง เช่น รางวัลรถเอสยูวี ที่มีคุณค่ามากที่สุดในออสเตรเลีย และเป็นรถเอสยูวีรุ่นที่ดีที่สุดในชิลี

การเผยโฉม All New HAVAL H6 Hybrid SUV เป็นรถยนต์พวงมาลัยขวา ระบบขับเคลื่อนสองล้อ มาพร้อมเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 130 กิโลวัตต์ ให้แรงม้าสูงสุด 179 กิโลวัตต์ หรือ 243 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 530 นิวตัน-เมตร โดยมีมิติของตัวรถขนาดกว้างและยาว 1,886 x 4,653 มม. พร้อมความสูง 1,724 มม. มีระยะฐานล้อ 2,738 มม. และขนาดล้อ 19 นิ้ว ถือเป็นรถเอสยูวีที่มีขนาดใหญ่เมื่อเทียบรถในคลาสเดียวกัน ให้พื้นที่จัดเก็บกว้างขวาง นั่งสบาย ครบครันสำหรับทุกไลฟ์สไตล์ของทุกคนในครอบครัว

ความพิเศษกว่ารุ่นไหนๆ ในตระกูลเอสยูวีด้วยกันคือ ระบบอัจฉริยะที่ตอบสนองความต้องการในทุกเส้นทางการขับขี่ ที่เรียกว่า LIFE+ (LIFE PLUS) ซึ่งประกอบไปด้วย

* L: L2 ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ Level 2 มาพร้อม 22 ฟังก์ชั่นอัจฉริยะที่ช่วยให้การขับขี่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น อาทิ

1) ระบบช่วยจอดรถยนต์อัตโนมัติ 3 รูปแบบ หรือ Integration Auto Parking (IAP) ด้วยกล้อง 360 องศา และเซนเซอร์อัลตร้าโซนิค สามารถค้นหาที่จอดรถ คำนวณพื้นที่สำหรับจอดรถได้อย่างแม่นยำ โดยสามารถช่วยจอดได้ทั้งในรูปแบบการถอยเข้าช่องจอด การจอดขนานเส้นทางเดินรถ และการจอดตามแนวเฉียง

2) ระบบช่วยถอยหลังอัตโนมัติ หรือ Auto Reversing Assistance (ARA) โดยระบบจะสามารถจดจำเส้นทางเมื่อรถขับเคลื่อนด้วยความเร็วต่ำกว่า 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และสามารถถอยหลังกลับตามเส้นทางเดิมได้ในระยะทางถึง 50 เมตร

3) ระบบช่วยเลี่ยงการเข้าใกล้รถใหญ่จากทางด้านข้าง หรือ Wisdom Dodge System (WDS) ระบบที่ช่วยตรวจจับรถขนาดใหญ่ อาทิ รถบรรทุกในเลนติดกัน โดยรักษาระยะห่างขณะขับผ่านและเมื่อพ้นระยะแล้วสามารถกลับสู่กลางเลนตามปกติ ทำให้เร่งแซงได้อย่างปลอดภัย

ซึ่งทั้ง 3 ระบบข้างต้น ถือเป็นระบบความปลอดภัยในรถยุโรประดับพรีเมียม นับได้ว่าเป็นครั้งแรกหรือ First in Class ในรถที่มีขนาดและระดับราคาเดียวกันในตลาดประเทศไทยในเวลานี้

* I: Intelligence V3.5 ระบบอัจฉริยะที่ช่วยสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น อาทิ ระบบโต้ตอบด้วยเสียง (Voice Interaction) ระบบอินเทอร์เน็ตอัจฉริยะ (Intelligent Internet) รวมไปถึง ระบบหน้าจออัจฉริยะ ที่ช่วยให้เชื่อมต่อและค้นหาข้อมูลการเดินทางได้อย่างชาญฉลาด

* F: FOTA ระบบการอัปเกรดโปรแกรมออนไลน์ สะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยการอัปเกรด Firmware ได้เองผ่านระบบออนไลน์ โดยไม่จำเป็นต้องเอารถเข้าศูนย์บริการ ไม่ว่าจะเป็น ระบบการขับขี่อัจฉริยะต่างๆ ระบบขับเคลื่อน และระบบส่งกำลัง

* E: EYE Q4 ชิปอัจฉริยะที่ประมวลผลได้รวดเร็วขึ้น สามารถประมวลผลภาพจากกล้องหลายตัวได้ในเวลาเดียวกัน และยังสามารถรักษาเสถียรภาพในการทำงานได้ดีหากมีการชนหรือมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น

* + (Plus) ให้คุณ “มากกว่า” ด้วยเทคโนโลยีและการออกแบบอันล้ำสมัย ไม่ว่าจะเป็น

1) ระบบ GWM LEMON Hybrid DHT  ซึ่ง All New HAVAL H6 ใช้แพลตฟอร์ม GWM LEMON ที่เป็นแพลตฟอร์มเทคโนโลยีโมดูลาร์ที่มีประสิทธิภาพสูง ความปลอดภัยสูง และน้ำหนักเบา มาพร้อมโหมดช่วยการขับขี่หลายรูปแบบ ตอบสนองการขับขี่ในหลากหลายสภาพถนน อีกทั้งยังช่วยลดการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2) การออกแบบในส่วนของภายนอกที่ออกแบบตามหลักสุนทรียศาสตร์ โดยการใช้เส้นโค้งและลายเส้นที่เรียบง่าย แต่ประณีตและพรีเมียม ล้ำยุค และเหนือระดับ ภายใต้การนำทีมออกแบบโดย ฟิล ซิมมอนส์ (Phil Simmons) ผู้มีประสบการณ์ออกแบบรถยนต์แบรนด์ยุโรปชื่อดังมากมาย ภายในมีการออกแบบที่ดูสปอร์ต โฉบเฉี่ยว ด้วยวัสดุหนังหุ้มเบาะคุณภาพสูงที่ออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์ รวมไปถึงแผงหน้าปัดแบบลอยตัว พร้อมจอ Infotainment ขนาดใหญ่ และจอแสดงผลแบบ Head Up Display (HUD) แสดงภาพข้อมูลการขับขี่ครบครันบนกระจก รวมไปถึงพวงมาลัยไฟฟ้า Multi-Function และหลังคาพาโนรามิคซันรูฟขนาดใหญ่

3) เสริมความปลอดภัย ด้วยตัวถังรถที่ประกอบด้วยเหล็กกล้าที่มีความแข็งแรงสูงเป็นพิเศษกรอบประตูเหล็กแบบขึ้นรูป พร้อมคอพวงมาลัยที่ดูดซับแรงกระแทกเมื่อเกิดอุบัติเหตุ และถุงลมนิรภัย 6 จุด

ทั้งนี้ “All New HAVAL H6 Hybrid SUV” จะมีการเปิดตัวและเปิดจองรถในประเทศไทยภายในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ และจะมีการทดสอบขับรถ รวมไปถึงกิจกรรมต่างๆ จาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ เพื่อให้คนไทยได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด

ติดตามความเคลื่อนไหวของ All New HAVAL H6 Hybrid SUV ได้ที่ facebook.com/GWMThai

 

 

Prev ครอบครัวลี้อิสสระนุกูล บริจาค 1 ล้านบาท สมทบทุนโครงการธนาคารกระดูกและเนื้อเยื่อ ภาควิชาออร์โธปิดิกส์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Next ตกหลุมรักกับข้อเสนอสุดพิเศษจากนิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์