เบนท์ลีย์ เผยโฉม“The All New Flying Spur” ในงาน Motor Expo 2019

เบนท์ลีย์ เผยโฉม“The All New Flying Spur” ในงาน Motor Expo 2019

เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดยเอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด เผยโฉมไอคอนสุดล้ำ The All New Flying Spur” สปอร์ตซีดานหรูใหม่ล่าสุดผ่านเทคโนโลยี AR ครั้งแรกในประเทศไทย ณ งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36

บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส ผู้แทนจัดจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในเมืองไทย จัดแสดงโชว์รถยนต์ แกรน ทัวเรอร์ 4 ประตู สุดหรูสัญชาติอังกฤษ คงความหรูหราพร้อมการตกแต่งสุดร่วมสมัย อย่าง The All New Flying Spur (ดิออล์นิว ฟลายอิ้ง สเปอร์) ในงาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36 (The 36th  Thailand International Motor Expo 2019) ในวันที่ 29 พ.ย. – 10 ธ.ค. 2562 บูท B02/1 พร้อมเอาใจแฟนๆ ผู้ที่ชื่นชอบ Flying Spur กับดีไซน์แห่งโลกอนาคตที่ถูกถ่ายทอดลงในคอนเซปคาร์รุ่นล่าสุด EXP 100 GT พร้อมฟลายอิ้ง บี เรืองแสง ไอคอนสุดอัจฉริยะ เพื่อเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 100 ปีของเบนท์ลีย์ทั่วโลก โดยเผยโฉมครั้งแรกในประเทศไทย ผ่านเทคโนโลยีสุดล้ำ AR (Augmented Reality) เพียงแค่ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “Bentley Flying Spur AR Visualiser”  บนสมาร์ทโฟนอย่าง Apple และ Android โดยงานดังกล่าวได้รับเกียรติจากเซเลบริตี้สาวสวยอย่างคุณแม่ลูกแฝด มาร์กี้ ราศรี บาเล็นซิเอก้า จิราธิวัฒน์ เป็นแขกรับเชิญคนพิเศษ ร่วมด้วย พิธีกรสาวมากความสามารถอย่าง อาลิซาเบธ แซ๊ดเลอร์ ลีนานุไชย รับหน้าที่พิธีกรดำเนินรายการ

Bentley [Motor Expo 2019] L-8493

Bentley [Motor Expo 2019] L-8335

นอกจากนี้ เบนท์ลีย์ แบงค็อก ยังได้จัดเผยโฉม Bentley Bentayga V8 ที่สุดแห่งเอสยูวีสัญชาติอังกฤษ พร้อมด้วย Primed Body Kits ชุดแต่งสไตล์สปอร์ต  ที่สามารถเลือกสีได้ดั่งใจ ให้รถ Bentayga โดดเด่นเป็นที่จับจ้องของทุกสายตา กับข้อเสนอสุดพิเศษแห่งปี

 

พร้อมทั้งจัดแสดง Bentley Continental GT ขีดสุดแห่งรถยนต์ที่เปี่ยมล้นไปด้วยจิตวิญญาณ    สมรรถนะการขับขี่เหนือระดับ การตกแต่งด้วยฝีมืออันแสนประณีต และเทคโนโลยีล้ำอนาคต ก่อกำเนิดซึ่งรถยนต์แกรน ทัวริ่ง ที่ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่เคยมีมา

และในโอกาสที่เบนท์ลีย์ได้เข้าร่วมงาน มหกรรมยานต์ยนต์ครั้งที่ 36 นี้ ทางเอเอเอส ออโต้เซอร์วิสขอเอาใจเหล่าแฟนๆผู้ที่ชื่นชอบในผลิตภัณฑ์ของ Bentley Collections เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี ด้วยการมอบส่วนลดสุดพิเศษ 20% ตลอดทั้งงาน

Bentley [Motor Expo 2019] L-8615

คุณวินธร บุนนาค กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด กล่าวว่า “ทางบริษัทฯ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งในมหกรรมยานต์ยนต์ครั้งที่ 36 นี้ และมีโอกาสจัดแสดงโชว์รถในโอกาสครบรอบ 100 ปี ที่แฟนๆเบนท์ลีย์ทั่วทุกมุมโลกตั้งตารอคอย แบรนด์เบนท์ลีย์นั้นขยายความเข้มแข็งและเติบโต ในส่วนของ Brand positioning ในเมืองไทย เป็นอย่างมาก โดยมีการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง ในส่วนของตัวแบรนด์เบนท์ลีย์นั้นยังมีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน ไม่เพียงแต่ โดดเด่นในด้านทีมวิศวกรที่เชี่ยวชาญ แผนกดีไซน์ที่คงไว้ซึ่งจุดเด่นของความปราณีตบรรจงเท่านั้น แต่ยังเติบโต ควบคู่ไปกับส่วนของความแข็งแกร่งในส่วนของ Motorsport อีกด้วย จะเห็นได้ว่าแบรนด์เบนท์ลีย์คือ แบรนด์อัครยนตรกรรมหรูที่ผลิตรถที่พิเศษ สำหรับลูกค้าที่มีความพิเศษโดดเด่นไม่เหมือนใครเท่านั้น ทั้งหมดนี้จึงกล่าวได้ว่าเบนท์ลีย์เป็นแบรนด์ ที่รวบรวมความหรูหราและสมรรถนะที่เหนือชั้นได้อย่างลงตัว” คุณวินธร กล่าวทิ้งท้าย

Bentley [Motor Expo 2019] L-7924

Bentley [Motor Expo 2019] L-7939

Bentley [Motor Expo 2019] L-8579

The All New Flying Spur

เป็นที่รู้กันเป็นอย่างดีกับสัญลักษณ์แห่งที่สุดในโลกแห่งยนตกรรมอย่าง ฟลายอิ้ง บี มาสคอตของเบนท์ลีย์ ซึ่งจะถูกนำมาเพิ่มความหรูหราและผสานความร่วมสมัยเป็นครั้งแรกให้กับ ดิออล์นิว ฟลายอิ้ง สเปอร์ แกรน ทัวเรอร์ 4 ประตู สุดหรูสัญชาติอังกฤษ

ด้วยดีไซน์สุดล้ำสมัยตอบรับทศวรรษหน้า ฟลายอิ้ง บี ถูกออกแบบมาให้ฝังอยู่ภายใต้โลโก้ปีกนกของเบนท์ลีย์บริเวณฝาประโปรงหน้า และสามารถปรับขึ้นมาเหนือฝากระโปรง ตอกย้ำความเป็นที่หนึ่งในด้านเทคโนโลยีความล้ำสมัยของ ฟลายอิ้ง สเปอร์ ในเจนเนอเรชั่นที่ 3

ในส่วนอนาคตของต้นแบบยนตกรรมหรู ฟลายอิ้ง บี ได้ถูกนำมาใช้กับคอนเซปคาร์อย่าง EXP 100 GT ซึ่งถือเป็นไอคอนสุดอัจฉริยะ ด้วยฟังก์ชันเรืองแสง โดยสามารถปรับแสงตั้งแต่งกระจังหน้ารถ ผ่านตัวมาสคอต ฟลายอิ้ง บี ตลอดจนตัวถังถึงห้องโดยสาร

ฟลายอิ้ง บีได้ถูกนำมาใช้ครั้งแรกเมื่อเกือบ 90 กว่าปีที่แล้ว กับโมเดลเครื่อง 8 ลิตร ปี 1930 ตัวมาสคอตไม่ได้ถูกใช้ให้เป็นมาตรฐานในสมัยนั้น เพียงแต่เป็นทางเลือกให้กับลูกค้าเท่านั้น

มาสคอตแบบดั้งเดิมเป็นตัวอักษร B ประกบด้วยปีกนก และมีลักษณะแบนเรียบ ถือกำเนิดโดย W.O. Bentley ผู้ก่อตั้งบริษัท Bentley Motor ในปี 1919 ซึ่งเป็นเวลากว่า 100 ปี เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี รูปแบบมาสคอตได้ถูกออกแบบใหม่ให้สอดคล้องกับอีกทศวรรษของเบนท์ลีย์ และถือเป็นวิวัฒนาการของการออกแบบมาสคอตแบบดั้งเดิม สำหรับ เดอะ นิว ฟลายอิ้ง สเปอร์ นั้น ตัวมอสคอตได้ถูกออกแบบมาให้สามารถควบคุมและปรับแสงด้วยระบบไฟฟ้า ซึ่งเชื่อมกับ Welcome Lighting และระบบกุญแจอัจฉริยะเมื่อผู้ขับเข้าใกล้ตัวรถ

ดิออล์นิว ฟลายอิ้ง สเปอร์ รวมเอาความโฉบเฉี่ยวของสปอร์ต ซีดาน และนิยามใหม่ของความหรูหราแบบร่วมสมัยเข้าด้วยกัน ซึ่งการออกแบบ การประกอบและวางระบบ รวมถึงงานฝีมือได้ถูกดำเนินการในประเทศอังกฤษ ประเทศที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงในการผลิตรถแกรนทัวร์เรอร์อันดับต้นๆของโลก ทำให้มั่นใจได้ถึงความเป็นที่สุดของความปราณีตและใส่ใจในทุกรายละเอียด

สำหรับฟลายอิ้ง สเปอร์ เจ้าของวิวัฒนาการขุมพลังใหม่ 6 ลิตร เครื่องยนต์ทวิน เทอร์โบชาร์จ W12 พร้อมแล้วสำหรับการสั่งจอง โดยจะเริ่มส่งมอบตั้งแต่ต้นปี 2563 เป็นต้นไป

Bentley [Motor Expo 2019] L-9094

Bentayga V8 Petrol

Bentayga V8 ใหม่ คือขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน V8 บล๊อกล่าสุด ขนาดความจุกระบอกสูบ 4.0 ลิตร 32 วาล์ว เสริมด้วยระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จเจอร์คู่แบบ dual twin-scroll ติดตั้งบริเวณกึ่งกลางระหว่างฝาสูบเครื่องยนต์รูปตัว ‘V’ สร้างสรรค์พละกำลังสูงสุด 550 แรงม้า (542 bhp) พร้อมแรงบิดมหาศาลกว่า 770 Nm (568 lb.ft.) ทะยานทะลุความเร็วสูงสุดถึง 290 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (180 mph) ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลา 4.5 วินาที (0-60 mph ภายในระยะเวลา 4.4 วินาที)

แม้ว่าจะมีสมรรถนะเหนือระดับยิ่งกว่า Bentayga V8 ยังคงความเป็นเลิศด้วยพิสัยการเดินทางสูงสุดเป็นระยะทางกว่า 746 กิโลเมตร (464 ไมล์) ปล่อยไอเสีย CO2 เพียง 260 กรัมต่อกิโลเมตร เท่านั้น ประสิทธิภาพการทำงานที่ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างเหลือเชื่อ (อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 24.8 mpg หรือ 11.4 ลิตร/100 กิโลเมตร) คือผลลัพธ์ที่ได้จากการปฎิบัติงานของระบบควบคุมเครื่องยนต์อัจฉริยะ ซึ่งสามารถตัดการทำงานของเครื่องยนต์ลงถึงสี่กระบอกสูบจากทั้งหมดแปดกระบอกสูบ โดยขึ้นอยู่กับสภาพการขับขี่ที่เหมาะสมในขณะนั้น ทั้งนี้ฟังก์ชั่นดังกล่าวไม่ได้ลดทอนสมรรถนะของเครื่องยนต์ลงแม้แต่น้อย รวมทั้งไม่ส่งผลกระทบต่อการบังคับควบคุมใดๆทั้งสิ้น กระบวนการทำงานที่เกิดขึ้นอาศัยเวลาเพียง 20 มิลลิวินาทีเท่านั้น

เสริมด้วยเทคโนโลยี Stop-Start ซึ่งทำหน้าที่ตัดการทำงานเมื่อขับขี่ในสภาวะ ‘near-to-stop’ หรือลดความเร็วจนใกล้หยุดนิ่ง อันมีส่วนช่วยลดอัตราการปล่อยไอเสียได้เช่นเดียวกัน

ส่วนผสมสุดแสนลงตัวระหว่างพละกำลังและความนุ่มนวล คือเอกลักษณ์ที่แตกต่างและหาตัวจับได้ยากของ Bentayga V8 เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบกับคู่แข่งส่วนตลาด Luxury SUV

Bentayga V8 ติดตั้งระบบ Bentley Dynamic Ride – เทคโนโลยีล่าสุดครั้งแรกของโลก ควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวด้วยอิเลกทรอนิกส์ 48 โวลต์ ทำหน้าที่ตรวจจับและชดเชยแรงกระทำต่อตัวรถในแนวราบเมื่อขับขี่เข้าโค้งเพื่อสร้างความมั่นใจว่าหน้าสัมผัสของยางจะแนบสนิทกับพื้นถนนอย่างเต็มที่ในทุกสภาวะการณ์ ส่งผลต่อความนุ่มนวล มั่นคง ที่รู้สึกได้ภายในห้องโดยสาร เสริมประสิทธิภาพการขับขี่และบังคับควบคุมที่แม่นยำ เฉียบคม เหนือระดับยิ่งกว่ารถยนต์ในระดับเดียวกัน

ระบบ Bentley adaptive และ reactive รับบทบาทในการแปรผันแรงบิดที่เกิดขึ้นกับช่วงล่างและตัวถัง ผลลัพธ์คือ ศักยภาพในการขับขี่สไตล์สปอร์ตและความนุ่มนวลสะดวกสบายที่สามารถรองรับการใช้งานสารพัดรูปแบบ ต้นแบบระบบอิเลกทรอนิกส์แรงดันไฟฟ้า 48 โวลต์ ให้การทำงานที่ราบเรียบ เงียบสนิท และมีอัตราการตอบสนองที่รวดเร็วฉับไว พร้อมบุกตะลุยในทุกสภาพเส้นทางที่รอคอยอยู่เบื้องหน้า

Bentayga V8 ส่งมอบความนุ่มนวลสะดวกสบายสูงสุดทั้งในแง่ของการขับขี่และการโดยสาร พวงมาลัยให้สัมผัสที่ว่องไว กระฉับกระเฉงและบังคับควบคุมได้อย่างเชื่องมือ ต้องยกคุณงามความดีให้กับระบบช่วงล่างและระบบควบคุมการทรงตัว Electronic Stability Control (ESC) ชั้นเลิศ ผสานการทำงานกับระบบ multi-mode Traction Control (TCS) ยิ่งไปกว่านั้น Bentayga ยังได้รับการติดตั้งระบบช่วยเหลือเมื่อขับขี่บนทางลาดชัน Hill Descent Control อีกด้วย

ระบบช่วยเหลือการขับขี่อันเป็นศาสตร์แห่งศิลปรวมทั้งการออกแบบดีไซน์ฟังก์ชั่นแสดงข้อมูลอย่างชัดเจน เพื่อวัตถุประสงค์ด้านความปลอดภัย ความสะดวกสบายและอรรถะประโยชน์ล้นเหลือ ทั้งหมดนี้คือเหตุผลที่ทำให้ Bentayga V8 คือยนตกรรมสปอร์ต SUV สุดหรูหรา ที่เปี่ยมไปด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยียานยนต์ล้ำอนาคต

ระบบควบคุมความเร็วแปรผันอัตโนมัติ Adaptive Cruise Control (ACC) ซึ่งรวมเอาฟังก์ชั่นตัดการทำงานของเครื่องยนต์ Stop & Go ระบบ Predictive ACC และระบบ Traffic Assist ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถตั้งค่าและรักษาระยะห่างระหว่างรถยนต์คันหน้าได้อย่างปลอดภัย ทั้งนี้ ระบบ Predictive ACC จะอาศัยข้อมูลจากระบบนำทางผ่านดาวเทียม navigation เซนเซอร์ตรวจจับสัญญาณ และกล้องจับภาพ เพื่อคาดหมายสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในกรณีที่กำลังขับขี่เข้าใกล้ทางแยก พื้นที่ในเขตเมือง และเส้นทางที่จำกัดความเร็ว ระบบจะรับหน้าที่ปรับเปลี่ยนความเร็วรถยนต์ให้สอดคล้องกับสภาพการจราจร ส่งผลดีต่อทั้งความสะดวกสบายและประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง

ในสภาพจราจรของเขตเมืองใหญ่ระบบช่วยเหลือมากมายจะรับบทบาทในการทำงานร่วมกับผู้ขับขี่ Bentayga V8 อาทิ ระบบ Traffic Sign Recognition ตรวจจับป้ายสัญญาณจราจรที่แตกต่างกัน พร้อมแสดงข้อมูลมายังผู้ขับขี่; ระบบ Rear Crossing Traffic Warning ทำงานด้วยเทคโนโลยีเรดาห์ ตรวจสอบการจราจรในกรณีที่ถอยรถออกจากทางช่องจอดที่อับสายตา; การแสดงภาพด้านบนตัวถังแบบ Top View ผ่านระบบการประมวลผลด้วยกล้องถ่ายภาพสี่ตัว เพื่อถ่ายทอดสภาพแวดล้อมด้านนอกตัวรถมายังผู้ขับขี่

นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบ Park Assist ตรวจจับและแจ้งเตือนระยะถอยจอดอย่างเหมาะสม ปลอดภัย(แจ้งข้อมูลทั้งในกรณีถอยเข้าช่องจอด และถอยจอดเทียบข้าง) ก่อนที่ระบบพวงมาลัยอัตโนมัติจะเข้ามารับหน้าที่ควบคุมทิศทางในการจอดรถขั้นตอนต่อไปนวัตกรรมเทคโนโลยียานยนต์ล้ำสมัยอื่นๆอีกมากมาย รวมไปถึง ระบบ Night Vision ซึ่งทำงานด้วยเทคโนโลยีลำแสง infra-red จำแนกแยกแยะประเภทของสิ่งกีดขวางด้านหน้าอย่างแม่นยำ นอกจากนี้ยังมีระบบแสดงผล Head-Up Display ลดการละสายตาของผู้ขับขี่จากเส้นทางตรงหน้าเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

Bentayga ติดตั้งหน้าจอ infotainment ระบบสัมผัส ความละเอียดสูง ขนาด 8 นิ้ว เชื่อมต่อกับระบบนำทางผ่านดาวเทียมเวอร์ชั่นล่าสุด หน่วยความจำภายในขนาดความจุ 60GB และสามารถเลือกภาษาได้มากถึง 30 ภาษา ตำแหน่งเบาะนั่งสำหรับผู้โดยสารตอนหลังสามารถสัมผัสประสบการณ์ความบันเทิงเหนือระดับได้อย่างอิสระผ่าน Bentley Entertainment Tablet – ด้วยหน้าจอขนาด10.2 นิ้ว ที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ทำงานด้วยระบบปฎิบัติการ Android พร้อมรับสัญญาณ 4G เชื่อมต่อสัญญาณ WiFi และ Bluetooth ย่อโลกแห่งการติดต่อสื่อสารความเร็วสูงมาไว้ในมือ

สำหรับ Bentayga V8 ลูกค้าสามารถเลือกระบบเครื่องเสียงที่แตกต่างกับได้ถึงสามระบบได้แก่: ระบบเครื่องเสียงมาตรฐาน Bentley Standard Audio ระบบเครื่องเสียงคุณภาพสูง Bentley Signature Audio และระบบเครื่องเสียงสุดยอด Naim for Bentley Premium Audio ซึ่งให้พลังเสียงที่หนักแน่นที่สุดในรถยนต์ระดับเดียวกัน กำลังขับสูงสุดถึง 1,950 วัตต์ ถ่ายทอดเสียงดนตรีสุดสมจริงผ่านลำโพงคุณภาพชั้นเลิศรวม 18 ลำโพงและลำโพงเสียงแหลม super-tweeters เพื่อการเข้าถึงความถี่สูงสุด

Bentley [Motor Expo 2019] L-8598

The New Continental GT W12

Bentley Continental GT ขีดสุดแห่งรถยนต์ที่เปี่ยมล้นไปด้วยจิตวิญญาณ    สมรรถนะการขับขี่เหนือระดับ การตกแต่งด้วยฝีมืออันแสนประณีต และเทคโนโลยีล้ำอนาคต ก่อกำเนิดซึ่งรถยนต์แกรน ทัวริ่ง ที่ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่เคยมีมา

โดยหัวใจสำคัญซึ่งถือได้ว่าเป็นองค์ประกอบหลักของ Continental GT ใหม่ คือ ขุมพลังเครื่องยนต์วิวัฒนาการล่าสุด จาก Bentley เครื่องยนต์ W12 TSI ทวินเทอร์โบชาร์จ ปริมาตรความจุกระบอกสูบ 6.0 ลิตร นับเป็นครั้งแรกในการติดตั้งระบบเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ แปดจังหวะ ให้ประสิทธิภาพในการถ่ายทอดพละกำลังและเปลี่ยนอัตราทดที่รวดเร็ว ฉับไวยิ่งขึ้น

เทคโนโลยีล้ำอนาคตที่อัดแน่นในทุกกระเบียดนิ้ว ไม่ว่าจะเป็น ระบบ adaptive chassis อัจฉริยะของ Bentley ควบคุมการขับขี่สไตล์สปอร์ตด้วยระบบอิเลกทรอนิก แรงดันสูง 48 โวลท์ เพื่อความมั่นใจเต็มพิกัดในแง่ของอัตราการตอบสนองต่อการบังคับควบคุม และเสถียรภาพในการทรงตัวที่หนึบแน่น มั่นคง ในทุกสภาพเส้นทาง ยิ่งไปกว่านั้นระบบดังกล่าวยังรับหน้าที่ควบคุมประสิทธิภาพในการรองรับ เพิ่มความนุ่มนวลสะดวกสบาย ลดอาการโคลงตัวในแนวราบ ปกป้องผู้โดยสารจากการสั่นสะเทือนที่ไม่จำเป็น ผลลัพธ์คือการขับขี่เดินทางที่นุ่มเงียบ และเต็มไปด้วยความผ่อนคลาย

งานออกแบบตัวถังภายนอกที่กำหนดบุคลิกภาพอันแข็งแกร่ง เติมเต็มทุกส่วนประกอบด้วยเทคโนโลยีล่าสุด ส่งผลให้ตัวรถมีน้ำหนักเบา ในขณะที่โครงสร้างมีความแข็งแรงเพิ่มขึ้น ตำแหน่งการวางเครื่องยนต์ได้รับการเลื่อนถอยหลังเข้าใกล้ห้องโดยสารมากขึ้นเพื่อความสมดุลย์ในการกระจายน้ำหนัก ทั้งหมดนี้มีวัตถุประสงค์หลักในการเสริมสมรรถนะการขับขี่และประสิทธิภาพในการบังคับควบคุม

สร้างสรรค์อรรถะประโยชน์สูงสุด สำหรับรองรับผู้โดยสารทั้งสี่ที่นั่ง ปรับปรุงพื้นที่บรรทุกสัมภาระท้ายรถเพื่อตอบสนองต่อการใช้งานในทุกวันของชีวิตอย่างเหมาะสมลงตัว ภายในห้องโดยสารของ Bentley Continental GT ใหม่ เปี่ยมล้นด้วยบรรยากาศแห่งความหรูหรา พิถีพิถันในรายละเอียดทุกๆตารางนิ้ว อาทิ วัสดุหนังแท้คุณภาพสูง ลวดลายใหม่ ‘diamond in daimond’ หรืองานประดับตกแต่งภายในที่โดดเด่น ลงตัว จากแนวทางการผสมผสานระหว่างวัสดุและเฉดสีบนชิ้นส่วนภายใน รวมทั้งพรมพื้นที่แตกต่างกันมากกว่า 15 เฉดสี

Bentley [Motor Expo 2019] L-8679

Continental GT ใหม่ คือยนตกรรมที่บ่งบอกถึงความล้ำหน้าและวิวัฒนาการของเทคโนโลยีอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวจาก Bentley อุปกรณ์สุดล้ำ driver-focused instrument panel แผงหน้าปัทม์ดิจิตอลเต็มรูปแบบ และ  Bentley Rotating Dispaly หน้าจอแสดงผลสำหรับการสื่อสารข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ขับขี่ด้วยนวัตกรรมแห่งอนาคต  ความคมชัดจากหน้าจอระบบสัมผัสความละเอียดสูงขนาด 12.3 นิ้ว ติดตั้งบริเวณคอนโซลกลาง พร้อมปรับเปลี่ยนได้ถึงสามรูปแบบ สามารถปิดหน้าจอด้วยแผงลายไม้แท้กลมกลืนเรียบเนียนหรือเติมแต่งความสวยหรูมีระดับด้วยชุดเกจย์วัดทรงกลมแบบเข็มสามช่องสไตล์คลาสสิก

งานออกแบบตกแต่งภายในห้องโดยสารของ Continental GT ได้รับการรังสรรค์ขึ้นด้วยความพิเศษสุด เพื่อให้ได้มาซึ่งบรรยากาศอันหรูหราร่วมสมัย ความประณีตบรรจงใส่ในทุกรายละเอียดอย่างที่ไม่มีผู้ผลิตรถยนต์รายใดเทียบเคียงได้ คือประสบการณ์ที่ผู้ครอบครองยนตกรรม Bentley เท่านั้นที่มีโอกาสได้สัมผัส การประสานอันสุดแสนลงตัวของอุปกรณ์อำนวยความสะดวกล้ำสมัยมากมาย เป็นหนึ่งเดียวกับชิ้นงานตกแต่งจากวัสดุธรรมชาติคุณภาพอันดับหนึ่ง ผ่านการขัดเกลาและติดตั้งอย่างสวยงามด้วยทักษะฝีมือของบุคลากรระดับปรมาจารย์ ผลที่ได้คือความกลมกล่อมที่มาพร้อมความหรูหราและเปี่ยมอรรถะประโยชน์ในทุกอณู

 

Prev เกีย ปรับราคาและฟีเจอร์รุ่นเริ่มต้นของ “Grand Carnival” พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ ในงาน Motor Expo 2019
Next MIDAS ฟิล์มกรองแสง เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในงาน Motor Expo 2019