Life’s a Journey ทริปการเดินทางพิเศษกับเมอร์เซเดส-เบนซ์ EQ Power

บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดกิจกรรมเอ็กซ์คลูซีฟทริป ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Life’s a Journey” ชวนสื่อมวลชนออกเดินทางท่องเที่ยวและร่วมทำกิจกรรม โดยทริปนี้เริ่มต้นเดินทางมุ่งหน้าสู่เขาใหญ่พร้อมร่วมทดสอบรถยนต์สมรรถนะสูงเมอร์เซเดส-เบนซ์ในกลุ่ม EQ Power อย่าง Mercedes-Benz C 300 e, Mercedes-Benz E 300 e, Mercedes-Benz GLC 300 e 4MATIC AMG Dynamic, Mercedes-Benz GLC 300 e 4MATIC Coupé และ Mercedes-Benz S 560 e

สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ ได้ถูกจัดขึ้นในรูปแบบของ One Day Trip ที่ทางเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ได้เชิญสื่อมวลชนทุกท่านมาร่วมสัมผัสประสบการณ์พร้อมทดสอบสมรรถนะของรถยนต์ในกลุ่ม EQ Power  ที่สามารถตอบโจทย์ของคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี โดยทริปนี้เริ่มต้นเดินทางมุ่งหน้าสู่เขาใหญ่ โดยพาสื่อมวลชนไปลิ้มลองอาหารสไตล์ “อเมริกันสเต๊กเฮ้าส์” ซึ่งถือเป็นไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้หากได้เดินทางมาที่เขาใหญ่ ณ “Prime 19” ที่เชฟได้รังสรรค์เมนูมาให้ลิ้มลองหลากหลายด้วยกัน พร้อมบรรยากาศและกลิ่นไอของโรงงานผลิตอาหารสไตล์อเมริกันยุค 80’s  ภายใต้คอนเซปต์ “Butchery and Food Factories”

โดยรถยนต์ในกลุ่ม EQ Power นั้นถือเป็นรถยนต์ Plug-in Hybrid เจเนอเรชันที่ 3 โดยมีการพัฒนาขึ้นในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอัตราเร่ง, ความประหยัด, ระยะทางการใช้งานใน E-MODE รวมไปถึงดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมด้วยระบบสั่งการด้วยเสียง “Hey Mercedes” อันเป็นไฮไลท์สำคัญของระบบมัลติมีเดีย MBUX หรือ Mercedes-Benz User Experience ที่พร้อมจะตอบสนองการใช้ชีวิตของคุณได้อย่างรวดเร็วและลงตัวในทุกๆ วัน ในรุ่น Mercedes-Benz GLC 300 e 4MATIC AMG Dynamic และ Mercedes-Benz GLC 300 e 4MATIC Coupé ทั้งนี้รถยนต์ในกลุ่ม EQ Power ยังเพียบพร้อมไปด้วยระบบความปลอดภัยล่าสุดและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่มีมาให้อย่างครบครัน โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักคือกลุ่มหนุ่มสาวและครอบครัวยุคใหม่ที่ชื่นชอบความสะดวกสบาย ความสปอร์ต และท้าทายในทุกการขับขี่

นอกจากนี้แนวคิด Social Distancing หรือ เว้นระยะห่างทางสังคม ได้ถูกนำมาใช้ในการทดสอบรถครั้งนี้โดยบริษัทฯ ได้จัดเตรียมรถยนต์สำหรับสื่อมวลชน 1คัน ต่อ 1สื่อ หน้ากาก Face Shield และสเปรย์แอลกอฮอล์ พร้อมกันนี้ยังได้ร่วมทำกิจกรรมภายใต้ #UnseenWithEQPower ในเส้นทางกรุงเทพฯ-เขาใหญ่ ที่สื่อมวลชนสามารถนำเสนอมิติต่างๆ ของรถในแต่ละรุ่น ที่สะท้อนความโฉบเฉี่ยว ล้ำสมัย และความสนุกสนานของคนรุ่นใหม่ ผ่านทางภาพถ่ายในการเดินทางครั้งนี้อีกด้วย

Mercedes-Benz E 300 e Exclusive รุ่นประกอบในประเทศ

สำหรับครั้งนี้ LadyDriveThailand ได้มีโอกาสขับขี่ในรุ่นของ Mercedes-Benz E 300 e Exclusive รุ่นประกอบในประเทศ ยนตรกรรมซาลูนอัจฉริยะที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ Mercedes-Benz E 300 e โดยมาพร้อมกับความโดดเด่นในเรื่องสมรรถนะจากเครื่องยนต์ปลั๊กอินไฮบริดผสานกับพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้า ควบคู่กับประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้นของแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนชนิดใหม่ที่สามารถประจุไฟฟ้าได้มากกว่าเดิม ส่งผลให้ระยะทางสูงสุดสำหรับการขับขี่โดยใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างเดียวเพิ่มขึ้นจากเจนเนอเรชั่นก่อนหน้าถึง 60% และช่วยให้อัตราการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงในโหมดไฮบริดเพิ่มขึ้นอีกด้วย โดยรถยนต์รุ่นนี้นำเสนอทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ได้แก่ E 300 e Avantgarde, E 300 e Exclusive และ E 300 e AMG Dynamic

ดีไซน์ภายนอก ได้รับการออกแบบภายใต้คอนเซ็ปท์ Sensual Purity สง่างามด้วยกระจังหน้า

สีเงินเสริมโครเมียม พร้อมตราสัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ปลายท่อไอเสียเสริมโครเมียม 2 ท่อ โดยในรุ่น E 300 e AMG Dynamic มาพร้อมกับล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG แบบ 5 ก้านคู่ 19 นิ้ว สำหรับรุ่น E 300 e Exclusive มาพร้อมกับล้ออัลลอยด์ 10 ก้านขนาด 19 นิ้ว ส่วนรุ่น E 300 e Avantgarde มาพร้อมกับล้ออัลลอยด์ 5 ก้านคู่ขนาด 18 นิ้ว และมาพร้อมกับไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED ในรุ่น E 300 e AMG Dynamic และ E 300 e Exclusive พร้อมระบบไฟสูงแบบ ULTRA RANGE Highbeam ซึ่งประกอบด้วยหลอดไฟ LED  ที่ทำงานโดยอิสระจำนวน 84 หลอดต่อโคมไฟหน้า 1 โคม ที่สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ อีกทั้งยังสามารถปรับความเข้มแสง โดยใช้ระบบไฟหน้าให้เข้ากับสภาพการจราจรโดยรอบได้ ส่วนรุ่น E 300 e Avantgarde มาพร้อมกับไฟหน้าแบบ LED High Performance นอกจากนี้ยังเพิ่มสุนทรียะในการขับขี่ด้วยหลังคาพาโนรามิคซันรูฟที่เลื่อนเปิด-ปิดได้ที่เลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้าสำหรับรุ่น E 300 e AMG Dynamic อีกด้วย

ดีไซน์ภายใน มอบความหรูหราและความสะดวกสบายให้คุณตลอดการเดินทาง ด้วยเบาะนั่งหุ้มหนัง ARTICO ในรุ่น E 300 e Avantgarde และ E 300 e Exclusive และเบาะหุ้มหนัง nappa ในรุ่น E 300 e AMG Dynamic โดยเบาะคู่หน้าปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมหน่วยความจำสำหรับตำแหน่งที่นั่งพวงมาลัย และกระจกมองข้าง พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันหุ้มหนัง nappa ในรุ่น  E 300 e Avantgarde และ E 300 e Exclusive และพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันสไตล์สปอร์ตหุ้มหนัง nappa ในรุ่น E 300 e AMG Dynamic ซึ่งเป็นพวงมาลัยนิรภัยพร้อมเพาเวอร์ปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้า และปรับน้ำหนักตามความเร็วรถ ปุ่มควบคุมแบบสัมผัส (Touch Control button) พร้อมจอแสดงผลความละเอียดสูงแบบแบบ Digital widescreen cockpit ระบบ Audio 20 GPS พร้อมจอแสดงผลขนาด 12.3 นิ้ว พร้อมเพิ่มสุนทรียภาพในการโดยสารด้วยระบบไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสารที่ปรับสีได้ถึง 64 สีอีกด้วย

ระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยี ของ The new E 300 e มาพร้อมกับระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ (PRE-SAFE® system) โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP® (Electronic Stability Program) ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock Braking System) ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชัน HOLD และ Hill-Start Assist ระบบรักษาความเร็ว (cruise control) และจำกัดความเร็ว (SPEEDTRONIC) ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (ATTENTION ASSIST) เซ็นเซอร์ช่วยในการนำรถเข้าจอด (PARKTRONIC) ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Parking Pilot including Active Parking Assist) และกล้องแสดงภาพด้านหลังขณะถอยรถ รวมถึงระบบปรับรูปแบบการขับขี่ DYNAMIC SELECT สะดวกสบายและปลอดภัยไปอีกขั้นด้วยระบบช่วยรักษาระยะห่างจากรถที่อยู่ด้านหน้า (Active Distance Pilot DISTRONIC) รวมไปถึงเทคโนโลยีความปลอดภัยจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการชนกับรถยนต์ (Blind Spot Assist)

โดย Mercedes-Benz E 300 e ยังมาพร้อมกับบริการ ‘Mercedes me connect’ ที่จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้มากยิ่งขึ้น ด้วยความสามารถในการเชื่อมต่อระหว่างลูกค้า รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการได้อย่างง่ายดาย รถยนต์ Mercedes-Benz E 300 e ใช้แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนรุ่นใหม่ที่มีขนาดความจุ 13.5 kWh มากกว่าเดิมถึง 110% ผสานกับประสิทธิภาพของเซลล์แบตเตอรี่ชนิดใหม่ซึ่งมีส่วนผสมของลิเธียม-นิกเกิล-แมงกานีส-โคบอลต์ (Li NMC) ส่งผลให้สามารถชาร์จแบตเตอรี่จากความจุ 10% จนเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ได้ภายในระยะเวลา 5 ชั่วโมง หากชาร์จด้วยเครื่องประจุไฟฟ้าวอลล์ดบอกซ์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ และใช้กำลังไฟฟ้าสูงสุด นอกจากนี้ รถยนต์รุ่นนี้ยังมาพร้อมกับเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะแบบใหม่ (9G-TRONIC) ที่ช่วยให้ประหยัดเชื้อเพลิงได้มากยิ่งขึ้น ทำให้การขับเคลื่อนมีความนุ่มนวลและลดเสียงรบกวนได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้สามารถลดระดับเกียร์ลงได้หลายระดับในกรณีที่ต้องการเร่งแซงอย่างรวดเร็ว และมาพร้อมด้วยสมรรถนะจากเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบแถวเรียง ความจุกระบอกสูบ 1,991 ซีซี ที่ให้ พละกำลังสูงถึง 211 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที และมีแรงบิด 350 นิวตันเมตรที่ความเร็วรอบ 1,200 – 4,000 ต่อนาที และเมื่อผสานพลังกับมอเตอร์ประสิทธิภาพสูง 122 แรงม้า จะทำให้ได้ System Output สูงสุดถึง 320 แรงม้าที่ 4,500 – 5,500 รอบ/นาที และมีแรงบิดถึง 700 นิวตันเมตรนอกจากนี้ รถยนต์รุ่นนี้ยังมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ยเพียง 46 กรัมต่อกิโลเมตรเท่านั้น

นอกจากนี้ในกลุ่มของ EQ Power ยังมี Mercedes-Benz C 300 e รุ่นประกอบในประเทศ, Mercedes-Benz GLC 300 e 4MATIC AMG Dynamic, The S 560 e AMG Premium เรียกได้ว่าครบทุกเซกเมนต์ของไลฟ์สไตล์การขับขี่

Prev
Next ฟอร์ดร่วมฉลองวันวิศวกรหญิงสากล ผ่านเรื่องราวแห่งแรงบันดาลใจ