สัมผัสขุมพลัง E-performance กับ ปอร์เช่ คาเยนน์ ใหม่ รุ่นปลั๊ก-อิน ไฮบริด

สัมผัสขุมพลัง E-performance กับ ปอร์เช่ คาเยนน์ ใหม่ รุ่นปลั๊ก-อิน ไฮบริด

ต่อยอดสมรรถนะเหนือระดับให้ยนตรกรรมเอสยูวีสุดหรูกับ ปอร์เช่ คาเยนน์ ใหม่ รุ่นใหม่ล่าสุด (The new Porsche Cayenne E-Hybrid) ที่ บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ได้ทำการเปิดตัวเมื่อช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา

ND5_7897

ล่าสุด ปอร์เช่ ประเทศไทย  โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด จัดกิจกรรม Porsche Cayenne E-Hybrid Driving Experience 2018 ชวนสื่อมวลชนร่วมสัมผัสสมรรถนะอันทรงพลังของปอร์เช่ คาเยนน์ ใหม่ รุ่นปลั๊ก-อิน ไฮบริด อย่างใกล้ชิด ณ สนามปทุมธานี สปีดเวย์

850_9554

ปอร์เช่ คาเยนน์ อี-ไฮบริด รุ่นใหม่ล่าสุด (The new Porsche Cayenne E-Hybrid) ผสมผสานการบังคับควบคุมสไตล์สปอร์ตให้เป็นหนึ่งเดียวกับประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด ดีไซน์การออกแบบที่แสดงถึงความบึกบึน พร้อมเดินทางไปสู่เป้าหมายอย่างปลอดภัย โดยใน ปอร์เช่ คาเยนน์ อี-ไฮบริด รุ่นใหม่ล่าสุด จัดเต็มอุปกรณ์พิเศษกับหน้าจอแสดงผลและล้ออัลลอยน้ำหนักเบา ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของปอร์เช่สำหรับการติดตั้งหน้าจอแสดงผลแบบใหม่ head-up display ทำงานด้วยการฉายภาพข้อมูล ที่เกี่ยวข้องกับระบบต่างๆ ของตัวรถไปยังระดับสายตาของผู้ขับขี่โดยตรงในลักษณะของหน้าจอสี ในส่วนของอุปกรณ์ พิเศษอื่นๆ ที่ได้รับการเพิ่มเติมลงใน คาเยนน์ (Cayenne) เป็นครั้งแรก ได้แก่ ระบบดิจิทัลช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ Porsche InnoDrive พร้อมระบบควบคุมความเร็วแปรผันอัตโนมัติ adaptive cruise control เบาะนั่งคู่หน้าพร้อมระบบนวดไฟฟ้า massage seats ระบบไล่ฝ้ากระจกบังลมหน้า heated windscreen ระบบทำความร้อนภายในห้องโดยสารแยกตำแหน่งอิสระควบคุมด้วยรีโมท และล้ออัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 22 นิ้ว

850_9547

ด้านขุมพลังติดตั้งเครื่องยนต์ V6 ขนาดความจุกระบอกสูบ 3.0 ลิตร (340 แรงม้า/250 กิโลวัตต์) เสริมพลังด้วยระบบขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้า (136 แรงม้า/100 กิโลวัตต์) ให้พละกำลังสูงสุดรวมกว่า 462 แรงม้า (340 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุดถึง 700 นิวตันเมตร พร้อมนำพายนตรกรรมสปอร์ตเอสยูวีคันนี้พุ่งทะยานอย่างไร้ขีดจำกัดทันทีที่เหยียบคันเร่งตอบสนองทันใจ คาเยนน์ ปลั๊ก-อิน ไฮบริด (Cayenne plug-in hybrid) สามารถเร่งออกตัวจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลาเพียง 5.0 วินาทีเท่านั้น เร้าใจยิ่งกว่าด้วยความเร็วสูงสุดถึง 253 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ปอร์เช่ คาเยนน์ อี-ไฮบริด ใหม่ (The new Cayenne E-Hybrid) สามารถเดินทางได้ 441) กิโลเมตรและทำความเร็วได้ถึง 135 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยเมื่อวัดตามมาตรฐาน New European Drive Cycle (NEDC) โดยขึ้นอยู่กับขนาดของยางรถยนต์ที่ติดตั้งอยู่ที่ 29.4 – 31.2 กิโลเมตร ต่อลิตร หรือ 3.4 – 3.2  ลิตรต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร อัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าที่ 20.9 – 20.6 กิโลวัตต์ชั่วโมง ต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร

dd

นอกจากนี้การชาร์จพลังงานผ่านระบบ Porsche Connect app และ Porsche Charging Service ยังเป็นหนึ่งในระบบที่มีเสถียรภาพใน คาเยนน์ อี-ไฮบริด ใหม่ ที่ได้รับการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดเพื่อเพิ่มความจุในการเก็บสะสมพลังงานเสริมขีดความสามารถทั้งในแง่ของพิสัยระยะการเดินทางและพละกำลังสำรองยามที่ต้องการอัตราเร่ง: เมื่อเปรียบเทียบกับ คาเยนน์ (Cayenne) รุ่นก่อนหน้า พบว่าความจุแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นจาก 10.8 เป็น 14.1 กิโลวัตต์ชั่วโมง หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ แบตเตอรี่ดังกล่าวผ่านการระบายความร้อนด้วยระบบ fluid-cooled ติดตั้งลงบริเวณพื้นตัวถังด้านท้ายของรถอย่างหนาแน่น ประกอบด้วยโมดูลพลังงาน 8 ชุด ภายใน แต่ละโมดูล คือเซลล์ prismatic lithium ion จำนวน 13 เซลล์ สามารถชาร์จแบตเตอรี่จนเต็มความจุภายในระยะเวลา 7.8 ชั่วโมง ด้วยไฟฟ้าแรงดัน 230 โวลต์ ผ่านสายต่อขนาดกระแส 10 แอมป์ ในกรณีที่ใช้อุปกรณ์พิเศษ on-board charger 7.2 กิโลวัตต์ ด้วยไฟฟ้าแรงดัน 230 โวลต์ ผ่านสายต่อขนาดกระแส 32 แอมป์ แทนที่ระบบชาร์จมาตรฐานแบบ 3.6 กิโลวัตต์ แบตเตอรี่จะได้รับการชาร์จพลังงานจนเต็มความจุภายในระยะเวลาเพียง 2.3 ชั่วโมงเท่านั้น

ND5_7922

กระบวนการชาร์จพลังงานสามารถควบคุมและตรวจสอบสภาวะการทำงานผ่านระบบติดต่อสื่อสาร Porsche Communication Management (PCM) พร้อมสั่งการระบบปรับอากาศอย่างสะดวกสบายจาก Porsche Connect app ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มอุณหภูมิหรือลดอุณหภูมิในขณะปิดสวิทช์กุญแจ ทั้งหมดข้างต้นติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานและสามารถเลือกเชื่อมต่อด้วยโทรศัพท์มือถือได้ตามต้องการ นอกจากนี้ระบบ Porsche Connect ยังรองรับการค้นหาและคัดกรองสถานีชาร์จพลังงาน รวมทั้งบันทึกตำแหน่งที่ตั้งของสถานีลงในจุดหมายของระบบนำทางผ่านดาวเทียม ระบบเครือข่ายการให้บริการ Porsche Charging Service ใหม่ล่าสุด เปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่เข้าถึง สถานีบริการชาร์จพลังงาน สาธารณะได้โดยอิสระ ค่าใช้จ่ายในการใช้บริการจะถูกส่งตรงมายังผู้ใช้งานผ่าน Porsche ID account โดยไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนใช้งานเพิ่มเติมกับผู้ให้บริการรายอื่นแต่อย่างใด

850_9488

ทั้งนี้ ปอร์เช่ ออกแบบและสร้างสรรค์ระบบขับเคลื่อนและระบบส่งกำลังของ คาเยนน์ อี-ไฮบริด (Cayenne E-Hybrid) ใหม่ทั้งหมด ชุดขับเคลื่อนไฮบริด ประกอบด้วยเซลล์พลังงานไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงพร้อมชุดคลัทช์อิสระ electromechanical แตกต่างจากระบบ electro-hydraulic และอุปกรณ์ spindle actuator ในรุ่นก่อนหน้าให้อัตรา การตอบสนองที่รวดเร็วและฉับไวกว่าอย่างเห็นได้ชัด ในส่วนของระบบส่งกำลังประจำการด้วยเกียร์อัตโนมัติอัจฉริยะ 8 จังหวะ Tiptronic S ที่ได้รับการปรับแต่งใหม่สำหรับปอร์เช่ คาเยนน์ (Porsche Cayenne) โดยเฉพาะเกียร์อัตโนมัติชุดนี้ไม่เพียงเต็มเปี่ยมไปด้วยความนุ่มนวลแต่ยังสามารถปรับเปลี่ยนอัตราทดได้อย่างรวดเร็ว ลดอาการกระตุกที่เกิดขึ้นขณะเปลี่ยนจังหวะ

850_9419

นอกจากสมรรถนะอันทรงพลังแล้ว เรื่องของระบบช่วงล่างเป็นสิ่งสำคัญเช่นกันที่ต้องทำงานผสานกัน ทำให้เอสยูวีสปอร์ตคันนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยการขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ ด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ all-wheel drive ของระบบ Porsche Traction Management (PTM) ส่งผลให้คาเยนน์ อี-ไฮบริด (Cayenne E-Hybrid) ได้รับการควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านอุปกรณ์ map-controlled multiplate clutch โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระจายแรงบิดไปยังล้อขับเคลื่อนอย่างเหมาะสม การทำงานของระบบดังกล่าวช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถบังคับควบคุมรถยนต์ได้ทุกรูปแบบการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่สไตล์สปอร์ตความเร็วสูงที่ต้องการเสถียรภาพในการทรงตัว หรือแม้แต่ในยามบุกตะลุยไปบนเส้นทางทุรกันดารสไตล์ออฟโรด ต้องยกประโยชน์ให้ระบบรองรับและช่วงล่างของ คาเยนน์ ไฮบริด (Cayenne E-Hybrid) ที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่ารถสปอร์ตพันธุ์แท้ เฉกเช่นกับที่เคยเป็นมาใน ปอร์เช่ คาเยนน์ (Porsche Cayenne) ทุกเจเนอเรชั่น ระบบควบคุมการทรงตัว Porsche Active Suspension Management (PASM) ได้รับการติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน นอกจากนี้สามารถเลือกสั่งติดตั้งอุปกรณ์พิเศษอีกหลากหลายรายการ อาทิ ระบบ Porsche Dynamic Chassis Control (PDCC) ระบบ roll stabilisation และระบบลากจูงรถต่อพ่วงที่สามารถรับน้ำหนักได้สูงสุดถึง 3.5 ตันเลยทีเดียว

850_9384

Verdict

โดยการทดสอบสมรรถนะครั้งนี้ แบ่งสถานีการทดสอบที่หลากหลาย เพื่อให้สื่อมวลชนได้สัมผัสถึงสมรรถนะ ระบบเลี้ยว ระบบช่วงล่าง ที่ทั้งหมดออกมาได้อย่างไม่ผิดหวังแม้คุณจะขับขี่หรือนั่งใน คาเยนน์ อี-ไฮบริด คันนี้แต่อารมณ์ความรู้สึกก็เฉกเช่นเดียวกับรถสปอร์ตอย่างตระกูล 911 ที่เพียบพร้อมไปด้วยความแรง หรือจะนุ่มและนิ่งนั่งสบายเช่นเดียวกับสปอร์ต ซาลูน อย่าง พานาเมร่า ก็ดี นอกจากนี้ความประหยัดการขับขี่ที่มาในรูปแบบปลั๊ก-อิน ไฮบริด ช่วยให้อัตราการบริโภคน้ำมันลดลงอย่างมีประสิทธิภาพในขณะที่การขับขี่แบบไฮบริด หรือ Pure EV ก็สามารถทำได้ดี ส่วนของการดีไซน์ ที่ยังไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนอะไรมากนัก แต่ด้วยลุคของ คาเยนน์ อี-ไฮบริด ที่สะท้อนถึงพละกำลังที่มีพลังพร้อมพุ่งทะยาน เปรียบเหมือนคุณผู้หญิงที่ใช้คาเยนน์ อี-ไฮบริด พกพาความมั่นใจสะท้อนบุคลิกที่ดูมาดมั่น เมื่ออยู่หลังพวงมาลัยคันนี้

ส่วนเรื่องของการขับขี่ถ้าคุณเป็นผู้หญิงเลิกกังวลได้เลยว่ามันจะขับยากไหม? ถอยจอดในช่องแคบๆ จะยากไหม? เพราะคาเยนน์ ไฮบริด ติดตั้งระบบเซนเซอร์รอบคัน เมื่อรถมีการเข้าใกล้วัตถุต่างๆ เซนเซอร์รอบคันก็จะแสดงผลผ่านหน้าจอแสดงผล head-up display ทันที รวมทั้งวงเลี้ยงในการขับขี่ที่บังคับละเบาแบบควบคุมง่าย วงเลี้ยวที่แคบ ให้คุณผู้หญิงสบายใจได้ว่า ถึงแม้จะครอบครอง คาเยนน์ อี-ไฮบริด คันนี้ก็สมฐานะและขับง่ายสบายมากๆ ค่ะ


 

 

Prev เมอร์เซเดส-เบนซ์ ผู้ผลิตรถสปอร์ตสายพันธุ์แรงระดับแถวหน้าของโลก เปิดตัวรถยนต์ 3 รุ่นใหม่ล่าสุด
Next ALPHA’S จัดแคมเปญชวนคนรักรถ ดูแลรถ ดูแลเกียร์ ใจไม่เพลีย เกียร์ไม่พัง ครั้งที่ 2