ปอร์เช่จัดการแข่งขันการพัฒนาโปรแกรมเพื่อใช้งานกับ Mission E Cross Turismo

ปอร์เช่จัดการแข่งขันการพัฒนาโปรแกรมเพื่อใช้งานกับ Mission E Cross Turismo

สตุ๊ทการ์ท/บาเซโลน่า. ปอร์เช่ส่งเทียบเชิญองค์กรผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีจากทั่วทุกมุมโลก เพื่อร่วมค้นคว้าหาแนว ทางการพัฒนาในเชิง digital mobility และก้าวเข้าสู่อนาคตของยนตรกรรมสปอร์ตจากปอร์เช่ โดยอาศัยช่วงเวลาของงาน ประชุมนานาชาติ Mobile World Congress (MWC)  ซึ่งจัดขึ้น ณ. เมือง บาเซโลน่า: ทั้งนี้ เมื่อวันอังคารที่ 26 กุมภาพันธ์ กิจกรรมการแข่งขัน “Porsche Next OI”  เวอร์ชันที่ 2 ได้รับการแนะนำให้เป็นที่รู้จักแก่บรรดาผู้เข้าร่วมประชัน ความสามารถในการพัฒนาโปรแกรม ภายใน 9 สัปดาห์ต่อจากนี้ไป ผู้เข้าแข่งขันจะได้รับโอกาสนำเสนอผลงานและแนวคิด ของพวกเขา

บริษัทผู้ผลิตรถสปอร์ตชั้นนำของโลกแห่งนี้ กำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินงานในขั้นตอนที่ 2  สำหรับการเปิดตัวกิจกรรม การแข่งขันพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อประยุกต์ใช้งานร่วมกับแพลทฟอร์มโปรแกรมการติดต่อสื่อสารความเร็ว สูงหรือ application programming interface (API) ซึ่งเป็นผลงานของ High Mobility องค์กรพันธมิตรที่มีสำนักงานใหญ่ ตั้งอยู่ในกรุงเบอร์ลิน กิจกรรมดังกล่าวเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมใช้ทักษะความสามารถในการสร้างสรรค์และทดสอบ แอปพลิเคชันรวมไปถึงบริการออนไลน์ต่างๆ สำหรับยนตรกรรมสปอร์ตจากปอร์เช่ผ่านแบบจำลองการเชื่อมต่อภายใน รถยนต์หรือ APIs แต่ละทีมจะมีสิทธิ์ในการเข้าถึงแหล่งข้อมูลที่แตกต่างกันมากกว่า 300 รูปแบบ รวมทั้งฟังก์ชันการทำงาน และระบบอื่นๆ ที่ปฏิบัติงานภายใต้บราวเซอร์ Porsche car emulators โดยเป็นการนำเสนอผลงานและทดสอบ แอปพลิเคชันการบริการผ่านโปรแกรมการเรียนรู้ Porsche Mission E Cross Turismo electric study ในสภาวะแวดล้อม เสมือนจริง

S19_1069

หลังเสร็จสิ้นกิจกรรมการแข่งขันของปีที่แล้ว ปอร์เช่ยังคงมุ่งมั่นทุ่มเทค้นคว้าเพื่อแสวงหาแอปพลิเคชันที่เหมาะสมและ ตอบสนองต่อประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ที่แตกต่างกันใน 3 ส่วน: ประกอบด้วย การใช้งานภายในที่พักอาศัย, การใช้งาน ในขณะขับขี่โดยสาร และการใช้งานเมื่อเดินทางถึงจุดหมาย ความต้องการส่งมอบที่สุดแห่งประสบการณ์การใช้งานรถ สปอร์ตสมรรถนะสูงแก่ลูกค้า คือสิ่งที่ปอร์เช่ยึดถือเป็นแรงผลักดันในการสร้างสรรค์พัฒนาเพื่อเชื่อมต่อระหว่างเครือข่าย ภายในที่พัก, ภายในรถยนต์ขณะเดินทาง, จนกระทั่งถึงจุดหมายปลายทาง หรือหมายถึงการช่วยเหลือผู้ขับขี่ในทุก สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไประหว่างการเดินทางนั่นเอง

กิจกรรมการแข่งขันในครั้งนี้ เปิดกว้างให้ผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมได้จากทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นบรรดานักพัฒนา โปรแกรม ธุรกิจ start-ups, นักเรียน นักศึกษา, องค์กรเอกชน และบริษัทพันธมิตร ทั้งหมดที่มีวิสัยทัศน์ในการสร้างสรรค์ ประสบการณ์การใช้งานที่เหนือระดับให้แก่ผู้ขับขี่รถยนต์ปอร์เช่ ผ่านนวัตกรรมเทคโนโลยี API ที่ล้ำสมัย รายละเอียดเพิ่ม เติมสามารถติดตามได้ที่ www.porsche-next-oi-competition.com โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2019 ทั้งนี้ผู้ที่นำเสนอแนวคิดได้น่าสนใจและผ่านการคัดเลือก จะได้เข้าร่วมการแข่งขันรอบสุดท้ายซึ่งจะ ขึ้นในช่วงต้นเดือน มิถุนายน ทีมที่คว้าตำแหน่งชนะเลิศจะได้รับโอกาสพิเศษในการดำเนินงานต้นแบบกับผู้เชี่ยวชาญของปอร์เช่

S19_1067

Risto Vahtra ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ High Mobility กล่าวว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ร่วมงานกับปอร์เช่อีกครั้ง ระหว่างกิจกรรมการแข่งขันที่จะจัดขึ้นในปีนี้ เราหวังว่าจะพบกับแอปพลิเคชัน และบริการออนไลน์ที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าครั้งที่ ผ่านมา การทำงานร่วมกับแผนกวิศวกรรมของปอร์เช่ เปรียบเสมือนการกำหนดบรรทัดฐานของการขับขี่ในอนาคต

“กิจกรรมการแข่งขันในครั้งแรกได้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการรับแนวความคิดและแรงผลักดันใหม่ๆ จากภายนอก

เข้าสู่องค์กร เรามุ่งหวังที่จะเติมเต็มระบบ Porsche’s ecosystem ให้สมบูรณ์แบบที่สุดด้วยสิ่งต่างๆ ที่ได้รับจากการแข่งขัน Next OI ในครั้งนี้ รวมทั้งค้นพบนักพัฒนาโปรแกรมฝีมือดีที่จะมาร่วมงานกับเราในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า” Andy Grau Innovation Manager ของปอร์เช่ กล่าวแสดงความคิดเห็นในฐานะผู้จัดการโครงการ Porsche Next OI

S19_1068

นักพัฒนาโปรแกรมมากกว่า 1,000 ราย เข้าร่วมการแข่งขัน “Porsche Next OI” ในปี 2018

ปอร์เช่เปิดตัวกิจกรรมการแข่งขันพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นครั้งแรกในเดือน กุมภาพันธ์ ปี 2018 โดยมุ่งเน้นที่ การแข่งขันออกแบบ และพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อตอบรับต่อการใช้งานรถสปอร์ตในอนาคต ทั้งในแง่ของ แนวคิดด้าน สารบันเทิงแวดล้อม, ระบบนำทางผ่านดาวเทียม navigation, ระบบ parking applications รวมทั้งระบบ chassis ด้วยระยะเวลากว่า 2 เดือน ผู้เข้าร่วมการแข่งขันทั้ง 1,055 ราย จากกว่า 50 ประเทศทั่วโลก จะได้รับโอกาส นำเสนอผลงานของตนเองผ่านระบบ APIs มากกว่า 140 รูปแบบ, รวมแอปพลิเคชันและบริการ ออนไลน์ที่เชื่อมต่อกับตัวรถ สูงสุดกว่า 270 แอปพลิเคชัน ที่เกิดขึ้นในการแข่งขันดังกล่าว

Prev เชฟโรเลต จัดกิจกรรม “ควีน ออฟ เดอะ เออร์เบิน จังเกิ้ล” เนื่องในวันสตรีสากล
Next บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย คว้ารางวัล “Car & Bike of the Year 2019” สูงสุดถึง 13 รางวัล